14 August 2010

ชบาไพร


ชบาไพร

ดอกไม้ไทยๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามไป ให้ความสนใจ

แต่ดอกไม้นานาชาติ จนหลงลืมความเป็นไทยไป

เมื่อย้อนกลับมาในสังคมไทย ก็คง ไม่ต่างกัน คนไทนหันไปตาม

กระแสโลกนิยม ไม่ว่าจะเป็น เกาหลี ญี่ปุ่น หรือ กระแสตะวันตก

จนหลงลืมความเป็นไทย

กลับมาเถอะ ให้ความสนใจบ้านตัวเอง

ให้ความสำคัญกระแสนิยมต่างชาติ

แค่แขกที่มาเยือน มาแล้วก็ผ่านไป แต่เรื่องราวความเป็นไทย

มันฝังลึกอยู่ในสายเลือด และพนธุกรรม ที่ทำอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และจะอยู่กับตัวเองตลอดกาล

ดอกชบา
ชื่อสามัญ Chinese rose
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus rosa sinensis.
ชบาในบ้านเรารู้จักกันมานานแล้ว จะเห็นได้จากบ้านคนสมัยก่อนจะมีชบายอยู่แทบทุกบ้าน
ปัจจุบันชบาได้รับการผสมพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่ออกมามากมาย ซึ่งล้วนแต่สวย ๆ งาม ๆ
ทั้งนั้น ทำให้ได้ดอกของชบาที่มีรูปร่างสวยงามสีสันของดอกสดใส ขบานั้นจัดเป็นไม้พุ่ม ความ
สูงโดยทั่วไปประมาณ 2.50 เมตร ใบมีสีเขียวเข้ม มนรี ปลายใบแหลม แต่ปัจจุบันก็ยังมีพันธุ์ แตกต่างออกไปอีกมากมาย
ชบาไม้ดอกที่ปรับตัวเจริญเติบโตได้ทุกสภาพแวดล้อม แต่ที่เหมาะสมคือสภาพอากาศอบอุ่นจนถึงร้อน ดินปลูกควรเป็นดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ไม่มีน้ำขังแฉะ การให้น้ำควรให้สม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำจะสลัดใบล่างทิ้งอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้แล้วในคัมภีร์อายุรเวท พูดถึงสรรพคุณของดอกชบาว่า ช่วยฟอกโลหิต บำรุงจิตใจให้แช่มชื่น บำรุงผิวพรรณ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาและบรรเทาโรคเกี่ยวกับไต และโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง เช่น เสียเลือดประจำเดือนมากเกินไป ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ รวมทั้งปัญหาเรื่องระดูขาว ไม่เพียงแต่ดอกชบาเท่านั้นที่ใช้เป็นยาดีของอินเดีย ส่วนอื่นๆของชบายังใช้เป็นยารักษาโรคได้ด้วย อย่างเช่น เปลือกต้นชบาใช้รักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา ใบชบาใช้แก้แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก บำรุงผม
* ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มีระดูขาว - นำดอกชบาสด 4 ดอกมาตำให้แหลก แล้วกินตอนท้องว่างในตอนเช้าติดต่อกัน 7 วัน นำดอกชบามาตากให้แห้งในที่ร่ม เมื่อแห้งสนิทดีแล้ว เอามาบดเป็นผง กินครั้งละ 1 ช้อนชาตอนเช้าติดต่อกันนาน 7 วัน
* ประจำเดือนไม่มา ใช้ดอกชบา 3 ดอกบดให้แหลก แล้วผสมกับน้ำมะนาวสัก 2 ช้อนโต๊ะ หรือผสมกับนม 1 แก้ว แล้วดื่มตอนท้องว่างตอนเช้า จะช่วยปรับเรื่องประจำเดือนได้ เอาเฉพาะกลีบดอกชบาผสมกับน้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลปี๊บอย่าง ละเท่าๆ กันใส่ในโถแก้วมีฝาปิด แล้วเอาโถแก้วออกตากแดดติดต่อกันสัก 21 วัน น้ำตาลจะละลายผสมกับดอกชบา พอครบกำหนดแล้วเอามากินครั้งละ 2 ช้อนชา วันละ 2 ครั้ง นานสองถึงสามสัปดาห์ ยาสูตรนี้ถือว่า เป็นยาบำรุงประจำเดือน
* ดับร้อนและแก้ไข้ - ใช้ดอกชบา 4 ดอกแช่ในน้ำต้มสุก 2 แก้ว แล้วดื่มต่างน้ำ จะช่วยดับร้อนผ่อนกระหายและแก้ไข้ได้ดี
* รักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา เช่น ฮ่องกงฟุต - ใช้เปลือกต้น 50 กรัม แช่ในแอลกอฮอล์ 150 ซีซี นานหนึ่งวัน แล้วกรองเอาแต่น้ำยาไว้ทาบริเวณที่เป็นฮ่องกงฟุต
* รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก - ใช้ใบชบาหรือฐานดอกก็ได้มาตำให้แหลก แล้วเอามาพอกบริเวณที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก น้ำเมือกจากใบจะช่วยรักษาแผลได้เป็นอย่างดี
* บำรุงผม - ใช้ใบชบาหนึ่งกำมือมาล้างให้สะอาด ตำให้แหลก เติมน้ำเล็กน้อย แล้วคั้นเอาแต่น้ำ กรองเอากากทิ้ง แล้วใช้น้ำเมือกจากใบชบาสระผม ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรก และบำรุงเส้นผมให้ดกดำเป็นเงางาม
ดอกไม้ใช่มีแต่ความงาม แต่เป็นยารักษาโรคได้ด้วย

13 August 2010

ใบไม้บนสายน้ำ

ใบไม้กับสายน้ำ

ความจริงที่ว่า "ใบไม้ ก็มีความงามในตัว"

ความจริงที่ว่า "สายน้ำก็มีความงามในตัว"

แต่ทว่า "เมื่อความงามทั้งสองมาพบกัน"

จึงเกิดความงามในแบบใหม่ขึ้นมา

"เหมือนกับ มนุษย์เรา ที่อยู่คนเดียวได้ แต่ยังไงก็ต้องพึ่งพาคนอื่นๆ

ด้วย จึงจะทำให้ชีวิตลงตัว"

"อย่าใส่ใจแต่ตัวเอง จงสนใจคนรอบข้างบ้าง"



Marsilea crenata Presl, Rel. Haenk.
ผักแว่น(เหนือ อีสาน กลาง ), ผักลิ้นปี่(ใต้), หนูเต๊าะ(กระเหรี่ยง-ภาคเหนือ)
ผักแว่น เป็นเฟินน้ำที่พบเห็นได้ทั่วไป ตามริมน้ำ หรือพื้นดินที่มีน้ำขังแฉะ รวมไปถึงตามนาข้าว ที่ชาวนาถือว่าเป็นวัชพืช แต่ผักก็ยังมีประโยชน์ สามารถนำมากินเป็นผักสด มีคุณค่าทางอาหาร และยังมีสรรพคุณทางยาด้วย

ลักษณะทั่วไป

ผักแว่น เป็นเฟิร์นน้ำชนิดหนึ่ง ชอบขึ้นตามชายตลิ่ง หรือที่แฉะที่น้ำท่วมขัง มักพบเป็นวัชพืชในนาข้าว ลำต้นเป็นก้านยาวเลื้อยไปตามพื้น แตกรากและใบตามข้อหรือตาที่แตะกับพื้นและงอกเป็นต้นใหม่ มีก้านใบยาว แตกกิ่งก้านทอดเลื้อยตามพื้นดิน หรือบนผิวน้ำ มีราก และใบงอกออกตรงข้อ ลำต้นมีกลิ่นหอมคล้ายรำ เมื่อยังอ่อนมีสีเขียว ตอนแก่มีสีน้ำตาล มีขนอ่อนปกคลุม ใบเป็นใบประกอบมีใบย่อย 4 ใบ ใบย่อยรูปร่างแบบสามเหลี่ยมปลายใบโค้งกลม ยาว 5-15 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายลิ่ม แตกออกจากปลายก้านใบจุดเดียวกัน โคนใบสอบเข้าหากัน ชอบใบเรียบ หรือเป็นคลื่น หรือเป็นจักฟันเลื่อย ไม่มีดอก แต่จะมีอับสปอร์เป็นเม็ดสีดำ คล้ายเมล็ดถั่วเขียว ออกเป็นช่อที่โคนก้านใบ มีก้านชู ขณะยังอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาลดำ

จากการทดลองค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์
พบว่า ผักแว่นใช้รับประทานเป็นผัก ผักแว่น 100 กรัม ให้ พลังงาน 15 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 1 กรัม แคลเซี่ยม 37 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 66 มิลลิกรัม เหล็ก 3.5 มิลลิกรัม ไนอาซีน 3.4 มิลลิกรัม วิตามินซี 3 มิลลิกรัม เบต้า-คาโรทีน 98.73 หน่วย RE

01 August 2010

บัวดิน

" บัวดิน "

กลีบขาว เกสรเหลือง ความงดงามของธรรมชาติที่เปล่ง

ประกายออกมา บัวดิน ฟังดูแล้วอาจไม่ยิ่งใหญ่ เหมือน

บัวหลวง บัวสวรรค์ แต่ทว่าความสวยงามย่อมมิแพ้กัน

เพราะแต่ละดอก แต่ละสายพันธุ์ต่างก็มีหน้าที่

และเอกลักษณ์ เฉพาะตัว เปรียบไปแล้วก็เหมือนกับ

คน ต่างมีคุณสมบัติ รูปลักษณ์มีหน้าที่แตกต่างกัน แต่

ทว่า ทุกคนล้วนแต่เป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนโลกให้เดินหน้าต่อไป ขอทุกคนจงตระหนักในหน้าที่

ของตนให้ดี

"บัวดิน"
ชื่ออย่างเป็นทางการของดอกไม้ชนิดนี้คือ "บัวสวรรค์"
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zephyranthes spp.
วงศ์ : Amarylieaceae
ชื่อสามัญ : Zephyranthes
ชื่ออื่น ๆ : Zephyranthes Lily, Rain Lily ,Fairy Lily, Little Witches, บัวสวรรค์, บัวดิน, บัวฝรั่ง
ดอกไม้ชนิดนี้แม้มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง อเมริกาใต้ แต่ก็มาอยู่บ้านเรานานแล้ว นานจนคนไทยในภาคเหนือเรียก ดอกไม้ชนิดนี้ว่า ดอกเข้าพรรษา
ดอกบัวดิน มีสีอยู่หลายสีด้วยกัน ไม่วาจะเป็นสีขาว สีชมพู สีเหลือง
จะออกดอกได้สวยงามเมื่ออยู่ในฤดูฝน (ดังนั้นจึงเรียกว่า ดอกเข้าพรรษา นั่นเอง)

27 July 2010

สูงเสียดฟ้า ต่ำกว่าหญ้านิดเดียว

"สูงเสียดฟ้า ต่ำกว่าหญ้านิดเดียว"

"เหนือฟ้า ยังมีฟ้า"

ความจริงของโลก สัจจะธรรมแห่งชีวิต

ไม่มีใครยิ่งใหญ่เกินใคร

ไม่มีใครอยู่สูงเกินใคร

"รู้ตน รู้ตัว อยู่เสมอ แล้วจะรู้ว่าต้องทำอะไร"



ดอกหญ้าบนดอยสูง
ความงามที่ซ่อนอยู่ ผู้คนเดินน้อยนักที่จะมีโอกาสเข้าไปสัมผัส แต่จะมีใครสักกี่คน ที่ตะเกียกตะกาย เพื่อไปยลโฉมความงามของดอกหญ้าบนดอยบ้าง บางครั้งคนชอบมองอะไรผิวเผิน มองแต่สิ่งใกล้ตัว แต่พอได้สัมผัสก็ไม่สวยงามอย่างที่เห็น....บางทีคนเราต้องหัดมองในสิ่งต่างๆที่หลากหลายมุมมอง ไม่ยึดติดแค่ลักษณะเดียวเท่านั้น เฉกเช่นดอกหญ้ามองดูไร้ค่า แต่ทว่าเมื่อเปลี่ยนสถานที่มอง ก็สวยงามยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร

25 July 2010

เทียนทอง ดอกม่วงคราม

"ม่วง คราม"

"สีม่วง" หลายคน ดูแล้วอาจจะคิดว่าดูเศร้า เป็นสีตัวแทนของกลุ่ม

คนแต่ละกลุ่ม เป็นสัญลักษณ์ของอะไรหลายๆอย่างๆ

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม

"เราก็คิดว่า สีม่วง ก็เป็นสีหนึ่ง ที่ร่วมสร้างสีสรรบนโลกใบนี้"

ดอกเทียนทอง
ชื่อวิทยาศาสตร์
Duranta erecta L.
ตระกูล VERBENACEAE วงศ์ไม้สัก
ชื่อสามัญ Croton
เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นแตกกิ่งก้านจำนวนมาก ทรงแน่นทึบเปลือกสีน้ำตาลอ่อนเป็นใบเดี่ยว รูปรีถึงรูปไข่
ออกเรียงตรงข้ามกัน แผ่นใบสีเขียวอ่อน อมเหลือง ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก ขนาดใบกว้างประมาณ 1.5 -3เซนติเมตร
ดอกเทียนทอง จะห้อยยาวออกมาที่ซอกใบ บริเวณปลายกิ่ง ดอกย่อยออกจำนวนมาก โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ มีสีขาวและสีม่วง
เทียนทองชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน